ปรับโฉมการทำงาน "รถยนต์สายตรวจ" สู่ยุคไฮเทค

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับนโยบายที่ใช้เป็นแนวทางในการทำงานของข้าราชการตำรวจจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คือ การพิทักษ์รับใช้ ให้บริการประชาชนในทุกมิติ ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภับในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง 

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศแและการสื่อสาร โดยกองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี หรือ บก.สสท. จึงได้พัฒนาขีดความสามารถในการทำงานของตำรวจสายตรวจผ่านระบบสารสนเทศขึ้น ภายใต้โครงการที่่ชื่อว่า
"โครงการพัฒนาการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรถยนต์สายตรวจ"

พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า โครงการพัฒนาการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรถยนต์สายตรวจ    
จะช่วยเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจรถยนต์สายตรวจให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและฐานข้อมูลต่างๆที่สำคัญ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันข้อมูลสารสนเทศมีความสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลที่เราต้องเข้าถึง
ให้เร็วที่สุด เพื่อจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน โดยกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในหน้ารถยนต์ เชื่อว่าจะมีประโยชน์มากในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่สายตรวจสามารถบันทึกเหตุการต่างๆ ในการพูดคุยกับผู้ต้องสงสัยหรือในการเข้าไประงับเหตุ ก็สามารถใช้บันทึกเป็นหลักฐานได้ โดยมีอุปกรณ์หลักก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์แท็บแล็ตที่ติดตั้งอยู่ในรถ ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ โดยผ่านเครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 4G

โครงการนี้เป็นโครงการที่สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดย บก.สสท. เป็นผู้ริเริ่มโดยของบประมาณเมื่อปี 2558 เพื่อจัดทำเป็นโครงการนำร่อง สำหรับรถยนต์สายตรวจทั่วปรเทศ 100 คัน และได้รับงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท มาดำเนินการตามแผนงานในปี 2559 ซึ่งเป็นโครงการที่ตอบสนองต่อนโยบาย "ตำรวจเป็นที่พึ่งพาของประชาชน" ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยการยกระดับมาตรฐานการปราบปรามอาชญกรรมพื้นฐานในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพท์สินของประชาชน ด้วยการนำอุปกรณ์สมับใหม่ทางเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขณะออกตรวจตรา ดูแลความเรียบร้อยบ้านเรือนของประชาชน รวมถึงการลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วปรเทศ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเป็นที่พึ่งบริการของประชาชนได้ ก็จะเป็นการสร้างความสัมพันธฺอันดีต่อชุมชนในเขตตรวจ และ
กล่าวเน้นย้ำว่า สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ในการปฏิบัติงานของระบบนี้คือระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรทุกรูปแบบ ตั้งแต่หมายจับผู้ที่กระทำผิด การสืบค้นประวัติอาชญากร รวมถึงข้อมูล การแจ้งรถหายและการสกัดจับ ในโครงการนี้จะมีห้องระบบปฏิบัติการเครือข่ายรถยนต์สายตรวจ และในรถยนต์สายตรวจจะมีระบบความพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้สามารถสืบค้นฐานข้อมูลต่างๆได้ ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลยานพาหนะและฐานข้อมูลหมายจับ สำหรับฐานข้อมูลยานพาหนะหรือรถยนต์ เราสามารถที่จะตรวจสอบ ค้นหาได้จากหลายข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวทะเบีบนรถ หมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถัง หรือแม้แต่จังหวัดที่รถจะทะเบียน สำหรับการสืบค้นข้อมูลหมายจับ เราสามารถค้นหาได้จากเงื่อนไขหลายรูปแบบข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล เมื่อคลิกเข้าไปจะพบรายละเอียดของหายจับนั้นๆ รวมถึงสำเนาหมายจัดตัวจริงที่ถูกสแกนเอาไว้ในฐานข้อมูลด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของรถยนต์ตรวจ

พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนของการบริหารจัดการในห้องปฏิบัติการเราจะแบ่งลักษณะงานออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกว่าการบริหารจัดการข้อมูล ประเภทที่สองเรียกว่าการควบคุมสั่งการแบบเรียลไทม์ ในส่วนการบริหารจัดการข้อมูล เราสามารถที่จะพิจารณาอนุมัติเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในโครงการได้เข้ามาลงทะเบียนเพื่อร่วมโครงการนี้ ที่สำคัญในเรื่องของการแจ้งข่าวสาร หากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบปัญหาในเรื่องใด ต้องการที่จะให้ทางฝ่ายดูแลระบบปรับปรุงหรือจัดการในเรื่องใดสามารถที่จะแจ้งประกาศเป็นข่าวสารให้ผู้ดูแลระบบโครงการนี้ได้ ส่วนการควบคุมสั่งการรถสายตรวจแบบเรียบไทม์ เราสามารถที่จะตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์สายตรวจ ณ ปัจจุบันได้ สามารถค้นหา ถ้ามีการปฏิบัติการมากกว่า 1 หน่วย ผู้ดูแลระบบหรือผู้ควบคุมสั่งการสามารถเลือกดูการปฏิบัติการของแต่ละหน่วยในพื้นที่ได้ เราตรวจสอบได้ว่าตำแหน่งที่อยู่ของรถสายตรวจอยู่ที่ไหน และยังสามารถพูดสนทนาโต้ตอบกับผู้ปฏิบัติงานจริง ณ เวลาจริงได้

การเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไทยในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ถือว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงให้เป็นไปตามความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

You must be logged in to add gadgets that are only visible to you